ประวัติเมืองรถม้า     


ประวัติความเป็นมาของรถม้าในจังหวัดลำปางจากคำบอกเล่าและบันทึกของเจ้าบุญส่ง ณ ลำปาง อดีตนายกสมาคมรถม้าคนที่ 2 ของจังหวัดลำปาง ซึ่งอนุสาร อ.ส.ท. ฉบับเดือนตุลาคม พ.ศ.2537 ได้รวบรวมไว้มีใจความว่า รถม้าเริ่มเข้ามาในจังหวัดลำปางเมื่อประมาณแปดสิบกว่าปีที่แล้ว รถม้าคันแรกคาดว่าเป็นของเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้ายซึ่งได้ซื้อมาจากจังหวัดกรุงเทพฯ โดยว่าจ้างแขกมาเป็นสารถี และต่อมารถยนต์ในในกรุงเทพฯ ได้มีเพิ่มมากขึ้น รถม้าจากกรุงเทพฯจึงได้เริ่มอพยพมาในลำปางมากขึ้น และกระจัดกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช , จังหวัดนครราชสีมา , จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน ภายหลังพบว่ามีเพียงจังหวัดลำปางเท่านั้นที่นำรถม้ามาใช้อย่างแพร่หลาย ส่วนจังหวัดอื่นๆรถม้าได้หมดความนิยมไปโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

ในปี พ.ศ.2492 ขุนอุทานคดี ซึ่งเป็นทนายของจังหวัดลำปาง เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมล้อเลื่อนขึ้น โดยใช้ชื่อว่า สมาคมล้อเลื่อน จังหวัดลำปาง โดยตัวท่านดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมรถม้าคนแรกของจังหวัดลำปาง โดยร่างกฎและระเบียบว่าด้วยสมาคมขึ้น

ในปี พ.ศ.2495 เจ้าบุญส่ง ณ ลำปาง ได้เข้ามาบริหารสมาคมแทนขุนอุทานคดีและเปลี่ยนชื่อสมาคมเป็นสมาคมรถม้า จังหวัดลำปาง โดยมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า THE HORSE CARRIAGE IN LAMPANG PROVINCE นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากิจการรถม้าในจังหวัดลำปาง

ได้เจริญรุ่งเรื่องขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในปี พ.ศ.2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มอบเงินให้แก่เจ้าบุญส่ง ณ ลำปาง และขอรับสมาคมรถม้าไว้ในความอุปถัมภ์ของรัฐบาล อีกทั้งได้ตั้งกองทุนให้สมาคมรถม้าอีก 1 กองทุน

และเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระเจ้าลูกยาเธอได้เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดลำปาง ในโอกาสนั้น เจ้าบุญส่ง ณ ลำปาง นายกสมาคม ได้น้อมเกล้าฯ ถวายรถม้าแบบ ๒ ล้อ พร้อมด้วยม้าเทียมรถ ชื่อบัลลังก์เพชรแด่พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวิชราลงกรณ์ ในนามของเจ้าบุญส่ง ณ ลำปาง และสมาคมรถม้า ซึ่งชาวรถม้าถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง

 

ปัจจุบันนี้ท่าจอดรถม้าในจังหวัดลำปาง ช่วงกลางวันจะอยู่ที่ข้างศาลากลางจังหวัดลำปาง ส่วนกลางคืนจะจอดทั้งที่ข้างศาลากลางจังหวัด และบริเวณหน้าโรงแรมต่างๆ เช่น โรงแรมเอเชีย โรงแรมทิพย์ช้าง โรงแรมลำปางเวียงทอง เป็นต้น

 

 

รถม้าในจังหวัดลำปาง โดยอยู่ทั่วไป จะแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

 

 

รถม้า 4 ล้อ รับจ้างทั่วไป ใช้ม้าลาก 1 -2 ตัว หรือมากกว่า ตัวถังโค้งงอเป็นรูปท้องเรือ

รถม้า 2 ล้อ จะใช้ม้าลาก 1 หรือ 2 ตัว ก็ได้ อาจใช้เป็นรถฝึกม้าหรือใช้ส่วนตัว

รถม้ากระบะ โดยมากเป็นแบบ 4 ล้อ สมัยก่อนใช้ลากขนสินค้าหรือขยะมูลฝอย

 

ส่วนประกอบที่สำคัญของรถม้า มีดังนี้

โครงหลังคา ทำจากผ้าเทียมหนังหรือหนัง สมัยก่อนจะปิดทึบและสามารถเปิดปิดได้ ด้านในประกอบด้วยโครง ทำด้วยไม้หรือเหล็ก 2 ข้าง เพื่อดันโครงหลังคาให้ตึง

ตัวถัง ทำด้วยไม้บุด้วยทองเหลืองหรือแผ่นเหล็กด้านหลัง และด้านข้างทั้ง 2 ข้าง

แหนบ รถม้าจะใช้แหนบประกบกันให้โค้งเป็นรูปไข่แหนบกว้าง 1 1/4 นิ้ว หัวท้ายยึดด้วยน็อต สามารถยืดหยุ่นได้

ลูกโม่ เป็นส่วนสำคัญหรือหัวใจของรถม้าในการเลี้ยงซ้ายและขวา

ลูกล้อและเพลา ล้อไม้ ล้อหน้า 12 ซี่ ล้อหลัง 14 ซี่รีสอทร์ทำลำปาง

ตะเกียงรถม้า มีหลายรูปแบบ ของแท้ที่นำมาจากต่างประเทศหาดูได้ยาก จะมีให้ชมที่พิพิธภัณฑ์วัดพระแก้ว จังหวัดลำปาง

ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นไฟแบตเตอรี่เกือบทุกคัน เพราะปัจจุบันรถยนมีต์มากขึ้น แสงจากตะเกียงจะไม่สว่างพอ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ระฆัง มี 2 ฝา ประกบกัน มีเหล็กเหยียบ จะมีเสียงสะท้อนเป็น 2 เสียง ดังกังวานไพเราะเมื่อเวลาขับขี่ และเป็นสัญลักษณ์แทนเสียงม้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมัน

                    credit   http://lampangclub.com/board/index.php?topic=3619.0

ที่พักลำปาง,โรงแรมลำปาง.รีสอร์ทลำปาง 
http://www.rommaigreenpark.com/